10519729_940227519323982_303865631596448927_n

ลักษณะของการเกิดอันตรายจากไฟฟ้า เกิดได้ใน 3 ลักษณะ คือ ไฟฟ้าดูด อาร์ก และการะเบิด

1. ไฟฟ้าดูด

คือการที่บุคคลมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านร่างกาย ไฟฟ้าดูดเกิดได้ทั้งกับบุคคล หรือสิ่งมีชีวิต เมื่อร่างกายมีกระแสไฟฟ้าที่ไหล เส้นทางที่กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน และระยะเวลาที่ถูกไฟฟ้าดูด ผลกระทบของกระแสไฟฟ้าต่อร่างกายของแต่ละบุคคลอาจเปลี่ยนแปลงไปได้ไม่เหมือนกันในแต่ละคน แต่สามารถกำหนดเป็นค่าเฉลี่ยได้ซึ่งในมาตรฐานความปลอดภัยฯ กำหนดไว้ดังนี้

1.1) ผลของกระแสไฟฟ้ากระแสสลับ

(1) ขนาด 5 mA รับรู้ได้ว่าไฟดูด

(2) ขนาด 10 mA บุคคลอาจไม่สามารถหลุดออกไปพ้นจากอันตรายเนื่องจากไฟฟ้าดูดได้

(3) ขนาดประมาณ 40 mA ไฟดูด ถ้านาน 1 วินาที หรือมากกว่า อาจทำให้เสียชีวิตเนื่องจากหัวใจเต้นผิดจังหวะ

(4) กระแสไฟฟ้าสูงกว่านี้ ทำให้เกิดแผลไหม้ และหัวใจหยุดเต้น

1.2) ผลของกระแสไฟฟ้ากระแสตรง

(1) ขนาด 2 mA รับรู้ได้ว่าไฟดูด

(2) ขนาด 10 mA พิจารณาได้เป็นกระแสที่ปล่อยหลุดได้

1.3) ผลของแรงดันไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้า 30 V(rms) หรือ 60 V(dc) ถือว่าปลอดภัย ยกเว้นกรณีผิวหนังมีรอยแตก ความต้านทานภายในรางก่ายอาจมีค่าต่ำถึง 500 โอห์ม ดังนั้นอาจทำให้เสียชีวิตได้

1.4) ผลของการสัมผัสเวลาสั้นๆ

(1) สำหรับการสัมผัสเป็นเวลาน้อยกว่า 0.1 วินาที และด้วยกระแสไฟฟ้าเกินกว่า 0.5 mA เล็กน้อย อาจเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ถ้าเกิดไฟฟ้าดูดอยู่ในช่องว่างของจังหวะการเต้นของหัวใจ

(2) สำหรับการสัมผัสเป็นเวลาน้อยกว่า 0.4 วินาที และด้วยปริมาณกระแสมากๆ อาจเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เมื่อไฟฟ้าที่ดูดนี้อยู่ในช่องว่างของจังหวะการเต้นของหัวใจ

(3) สำหรับการสัมผัสเป็นเวลาเกิน 0.5 A เล็กน้อย อาจเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น (กู้คืนกลับมาได้)

(4) สำหรับการสัมผัสเป็นเวลามากกว่า 0.8 วินาที และด้วยกระแสประมาณมากๆ อาจจเกิดแผลไหม้ และเสียชีวิต

1.5) ผลของความถี่เกิน 100 Hz กรณีขีดจำกัดความทรทานของการรับรู้เพิ่มขึ้นจาก 10 kHz ถึง 100 kHz ค้าขีดจำกัดการปล่อยหลุดเพิ่มขึ้นจาก 10 mA ถึง 100 mA

2. อาร์กหรือประกายไฟ

เกิดขึ้นเมื่อมีกระแสไฟฟ้าสูงและกำลังไฟฟ้าสูง การอาร์กเป็นการปล่อยไฟฟ้าออกสู่อากาศออกมาเป็นแสง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมีแรงดันไฟฟ้าสูงตกคร่อมช่องว่างหระหว่างตัวนำมีค่าสูงเกินค่าความคงทนของไดอิเล็กทริก (Dielectric Strength) ของอากาศ และมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านอากาศ เหตุการณ์ดังกล่าวมักมีสาเหตุมาจากแรงดันสูง เช่น จากฟ้าผ่า จากสวิตซิ่ง จากความชำรุดของอุปกรณ์เนื่องจากการใช้งานไม่ถูกต้อง เป็นต้น

อาร์กจะแผ่รังสีออกไปทำให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้รับอันตรายเกิดแผลไฟไหม้ที่รุนแรงถึงแก่ชีวิต รังสีความร้อน และแสงจ้า สามารถทำให้เกิดการไหม้ได้ ปัจจัยที่มีผลต่อระดับความรุนแรงของการบาดเจ็บมีหลายประการ เช่น สีผิว พื้นที่สัมผัส และชนิดของเสื้อผ้าที่สวม การลดความเสี่ยงของการไหม้ดังกล่าวทำได้โดยการเว้นระยะห่างในการทำงานและการป้องกันกระแสเกินที่เหมาะสม

อาร์กจากไฟฟ้าแรงสูงสามารถทำให้ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นทองแดงและอลูมิเนียมหลอมละลายได้ หยดโลหะหลอมเหลวดังกล่าวอาจจะถูกแรงระเบิดจากคลื่นความดันผลักให้กระเด็นไปเป็นระยะทางไกลๆได้ ถึงแม้ว่าหยดโลหะเล่านี้จะแข็งตัวอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีความร้อนเหลืออยู่มากพอที่จะทำให้เกิดการไหม้อย่างรุนแรงได้ หรือทำให้เสื้อผ้าปกติทั่วไปลุกติดไฟได้ แม้ว่าจะอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุมากกว่า 3 เมตร แล้วก็ตาม

3. การระเบิด

ปกติการระเบิดมักจะเป็นปรากฎการณ์สืบเนื่องจากการเกิดอาร์กในปริมาตรที่จำกัด เมื่อเกิดอาร์ก อากาศที่ได้รับความร้อนจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว ถ้าการขยายตัวอยู่ในปริมาตรที่จำกัด และกล่องหรือเครื่องห่อหุ้มนั้นไม่สามารถทนได้ก็จะระเบิด การเกิดระเบิดจากการอาร์กอาจมีอุหภูมิถึง 19,400 องศาเซลเซียส และแรงจากการระเบิดนี้สูงมากจนเป็นอันตรายต่อบุคคลได้ เนื่องจากความดันที่เกิดจากการอาร์กมีพลังงานสูง แต่ก็อาจจะโชคดีที่ความดันนี้ จะพัดพาร่างกายของผู้ประสบอันตรายหลุดลอยออกไปจากแหล่งความร้อน อย่างไรก็ตามผู้เคราะห์ร้ายอาจเสียชีวิตได้จากสาเหตุอื่น เช่น กระทกจากของแข็ง หรือตกจากที่สูง แรงผลักนี้อาจรุนแรงมาก (ขึ้นอยุ่กับความรุนแรงของการลัดวงจร) ทำให้ตู้หรือแผงสวิตซ์ลอยกระเด็นไปได้ไกลๆ

Credit :ห้องไฟฟ้า (Electrical Room)