การเพิ่มผลผลิตแบบญี่ปุ่นมีเทคนิคและเครื่องมืออะไร

  1. ทัศนคติของบุคลากรคือความรู้สึกที่แสดงออกว่าชอบหรือไม่ชอบ ทำใหเกิดทัศนคติทั้งทางบวกและทางลบ เพราะมีอิทธิพลต่อการทำงานของบุคลากรในองค์กร เช่น นาย A. มีทัศนคติที่ดีต่อองค์กรก็จะปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถและเกิดความกระตือรือร้นในการทำงาน แสวงหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อมาพัฒนาองค์กร
  1. การจัดการสูญเสียในองค์กร

      2.1 ความสูญเสียที่เกิดจากเครื่องจักร ถ้าเครื่องจักรเกิดความเสียหายไม่ว่าจะเกิดจากการซ่อมบำรุง การตรวจสอบประจำวันหรือเครื่องจักรที่เสียก่อนกำหนดการซ่อมบำรุงทุกอย่างล้วนมีผลกระทบต่อการผลิต ของเสียและค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการซ่อมบำรุง

      2.2 ความสูญเสียที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน การบริหารจัดการแรงงานไม่เป็นไปตามโครงสร้าง การจัดทรัพยากรบุคคลไม่เพียงพอหรือไม่ตรงสายงาน เช่น การวาง Lay Out Process มีการออกแบบที่ไม่ดี ทำให้Operator ต้องทำการเคลื่อนที่มากทำให้เกิดความสูญเสีย หรือ Organization จัดบริมาณคนไม่เพียงพอต่อปริมาณงาน ก่อให้เกิดทัศนคติที่ไม่ดีต่อองค์กร

      2.3 ความสูยเสียที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน อันเกิดจากความบกพร่องของเครื่องจักรหรือการใช้เกินกำลังทำให้มีการใช้ปริมาณพลังงานมากเกิน

Image result for 5S

  1. 5สคือการจัดระเบียบและปรับปรุงสถานที่ทำงานของตนเอง มีอยู่ 5 คำคือ

      3.1 Seiri ( เซริ ) = สะสาง เป็นการแยกของใช้ที่ไม่จำเป็นออกไป

      3.2 Seition ( เซตง ) = สะดวก การจัดเก็บ วาง ให้ง่ายต่อการนำไปใช้ หายก็รู้

      3.3 Seiso ( เซโซ ) = สะอาด ปัด กวาด เช็ด ถู ทำความสะอาดอยู่สม่ำเสมอ

      3.4 Seiketsu ( เซเคทสึ ) = สุขลักษณะ คือการรักษาและปฏิบัติตาม 3สให้ดีตลอดไป

      3.5 Shitsuke ( ชิทซึเกะ ) = สร้างนิสัย ปฏิบัติ 4ส อยู่เป็นประจำจนเป็นนิสัย

Image result for 改善

  1. ไคเซ็น( Kaizen ) เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า การปรับปรุงแก้ไข โดยมุ่งเน้นปรับปรุงวิธีการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคน โดยการใช้ความรู้ความสามารถของพนักงานมาช่วยกันคิดปรับปรุงโดยใช้เงินทุนจำนวนน้อย ซึ่งก่อให้เกิดการปรับปรุงทีละเล็กที่ละน้อยๆ ค่อยๆเพื่มพูนขึ้นอย่างต่อเนื่องดโยใช้กลยุทธ์ดังนี้
  2.      รายการตรวจสอบ 3-Mu’sหมายถึง ระบบตรวจสอบซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็น

แนวทางช่วยผู้บริหารและพนักงานให้ช่วยกันแก้ไขปรับปรุงงานของตนอยู่เสมอ ประกอบด้ว

      1.1 (muda) คือ ความสูญเปล่า

      1.2 (muri) คือ ความตึง

      1.3 (mura) คือ ความไม่สม่ำ่เสมอ

โดยการน าเอา

  1. 3-Mu’sไปใช้งานต้องมีการพิจารณาองค์ประกอบต่าง ๆ ของการทำงาน เช่น กำลังคน เทคนิค วิธีการ เวลา สิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือเครื่องใช้ วัสดุที่ใช้ ปริมาณการผลิต สินค้าคงคลัง สถานที่ทำงาน แนวความคิดในการทำงาน
  2. หลักการ 5ส ได้แก่ สะสาง (seiri)สะดวก (seiton)สะอาด (seiso) สุขลักษณะ(seiketsu) สร้างวินัย (shitsuke)
  3. หลักการ 5W1H ประกอบด้วย Who ใครเป็นผู้ทำ what ทำอะไร Where ท าที่ไหน When ท าเมื่อไร Why ทำไมต้องทำอย่างนั้น How ทำอย่างไร
  4. รายการตรวจสอบ 4Mได้แก่

   4.1 Man หมายถึง การตรวจสอบผู้ปฏิบัติทำงานตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่มีความรับผิดชอบหรือไม่ ผู้ปฏิบัติมีทักษะความชำนาญหรือไม่ผู้ปฏิบัติได้รับมอบงานที่ตรงกับความ สามารถหรือไม่

   4.2 Machine หมายถึง การตรวจสอบอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสอดคล้องกับความสามารถของขบวนการผลิตหรือไม่ เครื่องจักรขัดข้องบ่อยหรือไม่ การจัดวางเหมาะสมหรือไม่ เครื่องจักรอยู่ในสภาพการใช้งานหรือไม่

   4.3 Material หมายถึง การตรวจสอบ 6 ข้อผิดพลาดในเรื่องคุณภาพการตรวจสอบระบบคงคลังเพียงพอหรือไม่

   4.4 Method หมายถึง การตรวจสอบว่ามาตรฐานในการทำงานมีเพียงพอหรือไม่ มีวิธีที่ปลอดภัยหรือไม่ เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพหรือไม่ลำดับขั้นตอนการท างานเหมาะสมหรือไม

                ระบบที่สำคัญของไคเซ็น

  1. การควบคุมคุณภาพและการบริหารคุณภาพทั้งระบบ
  2. ระบบการผลิตแบบทันเวลาพอดี (just in time production system : JIT)
  3. การบำรุงรักษาทวีผล (total productive maintenance : TPM)
  4. ระบบข้อเสนอแนะ (suggestion system)
  5. กิจกรรมกลุ่มย่อย (small group activities)
  1. คิว ซี เซอร์เคิล (QC Circle )

กลุ่มของพนักงานที่รวมตัวกันเพื่อวัตถุประสงค์ในการหยิบยกปัญหาที่เกิดจากการผลิตมาดำเนินการผ่านกระบวนการวิเคราะห์ ระดทสมองหาวิธีการที่ดีที่สุดมาทำการปรับปรุงแก้ไขไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นซ้ำหรือลดของเสียในการผลิตหรือลดต้นทุนในการผลิต โดยมีวิธีการดังต่อไปนี้

1.การเตรียมการ

กลุ่มคิวซีเซอร์เคิลจะได้รับการแต่งตั้งขึ้นโดยการฟอร์มตัวกันของบุคลากร หน้างานจากนั้นจะดำเนินการกำหนดชื่อกลุ่มและสัญลักษณ์ประจำกลุ่ม

2.การพัฒนาแผนการดำเนินกิจกรรม

หลังจากทำความเข้าใจและเห็นพ้องกับนโยบายของผู้บริหารแล้วให้สมาชิกกลุ่มคิวซีเซอร์เคิลร่วมกันคิดค้นปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กร โดยอาจพิจารณาได้จาก

– การทำความเข้าใจกับความต้องการของลูกค้า

– ความยากลำบากในการทำงาน

– ความคาดหวังในด้านกระบวนการทำงานของผู้บังคับบัญชา

  1. การดำเนินกิจกรรมการแก้ปัญหา

ภายหลังจากการกำหนดปัญหาของกลุ่มคิวซีเซอร์เคิลแล้ว ให้เริ่มดำเนินการแก้ปัญหาตามขั้นตอนดังนี้

1) การกำหนดหัวข้อปัญหาของคุณภาพ

2) การสังเกตการณ์และการตั้งเป้าหมาย

3) การกำหนดแผนการแก้ปัญหา

4) การวิเคราะห์สาเหตุรากเหง้าของปัญหา

5) การกำหนดมาตรการตอบโต้สาเหตุของปัญหา

6) การติดตามผล

7) การทบทวนมาตรฐานหรือสร้างมาตรฐานใหม่

  1. การนำเสนอผลงาน

1) ให้กลุ่มคิวซีเซอร์เคิลมีโอกาสในการพัฒนาซึ่งกันและกันในการแบ่งปันความคิดและประสบการณ์จากการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มรวมถึงได้รับคำแนะน าและคำวิจารณ์จากกลุ่มอื่นๆ

2) ให้กลุ่มคิวซีเซอร์เคิลมีโอกาสในการเสนอผลงานและสร้างการยอมรับจากผู้อื่นซึ่งจะทำให้เกิดความภูมิใจ ความพึงพอใจและความเชื่อมั่น

3) เพื่อเสริมสร้างความสามารถของกลุ่มคิวซีเซอร์เคิลโดยการกระตุ้นจากการเรียนรู้ซึ่งกันและกันกับกลุ่มคิวซีเซอร์เคิลอื่นๆ

4) เพื่อเปิดกว้างทางด้านการจิตสำนึก ความรู้และมุมมองต่างๆของกลุ่มกิจกรรมคิวซีเซอร์เคิลผ่านการนำเสนอผลงานและอภิปราย

  1. การควบคุมคุณภาพทั่วทั้งองค์กร (Total Quality Control : TQC)

หมายถึง แนวทางในการบริหารงานขององค์กรที่มุ่งเน้นในเรื่องคุณภาพโดยสมาชิกทุกคนในองค์กรมีส่วนร่วมและมุ่งหมายผลกำไรในระยะยาว ด้วยการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า รวมทั้งการสร้างผลประโยชน์แก่หมู่มวลสมาชิกขององค์กรและสังคมส่วนรวมด้วย นอกจากนี้การควบคุมคุณภาพทั่วทั้งองค์กรยังมีชื่อเรียกที่มีความหมายเดียวกัน คือ TQM, TQC และ TWQC

TQC = Total Quality Control : TQC (เป็นคำเดิม)

TQM = Total Quality Mangement (คำใหม่)

TWQC = Company – Wide Quality Control (คำที่ใช้กันในประเทศญี่ปุ่น)

องค์ประกอบสำคัญของการควบคุมคุณภาพทั่วทั้งองค์กร

1) Intrinsic Technology Intrinsic Technology คือ เทคโนโลยีเฉพาะด้าน

2) Motivation for Quality คือ แนวทางการผลักดันและจูงใจพนักงาน

3) QC Concepts คือ แนวคิดเพื่อให้พนักงานยึดถือเป็นแนวทางในการปรับปรุงงานเปรียบเสมือน เสาหลักที่หนึ่งของบ้าน บางแห่งเรียกว่า QC Thinking หรือ QC Sense

4) QC Techniques คือเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์ในการปรับปรุงงาน เปรียบเสมือนเสาต้นที่ 2 หรือที่เรียกว่า 7QC Tool

5)  Promotional Vehicles คือช่องทางในการปรับปรุงงานของพนักงานภายในองค์กร

6)  Quality Assurance คือการสร้างความมั่นใจในคุณภาพของสินค้าและบริการให้แก่ลูกค้า

7.การบำรุงรักษาแบบทวีผล (Total Productive Maintenance : TPM)

การบำรุงรักษาทวีผลที่ทุกคนมีส่วนร่วม ซึ่งหลักการของ TPM นั้นเริ่มต้นการพัฒนามาจากการดำเนินการ PM หรือการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (preventive maintenance) และได้พัฒนาการดำเนินการมาเรื่อยๆ โดยมีแนวคิดพื้นฐาน เริ่มจากการท าการบ ารุงรักษาเครื่องจักรเพื่อไม่ให้เสียและสามารถเดินเครื่องได้ตามที่ต้องการได้ โดยการใช้ทั้งการบำรุงรักษาตามคาบเวลา (time base maintenance) การบำรุงรักษาตามสภาพของเครื่องจักร (condition base maintenance) และการเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรที่บำรุงรักษาง่ายขึ้นและมีอายุการใช้งานนานขึ้น (maintenance prevention)

กิจกรรม 8 เสาหลักของ TPM ประกอบด้วย

1.การบำรุงรักษาด้วยตนเอง (autonomous maintenance) หลักการของการบำรุงรักษาด้วยตนเองหากมองดูเหมือนแต่แท้ที่จริงแล้วเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการเป็นเจ้าของ จากที่เครื่องจักรเป็นของโรงงาน โดยให้ผู้ปฏิบัติงานรู้สึกว่าเครื่องจักรนั้นเป็นของฉัน

  1. การให้การศึกษาและฝึกอบรม(training and education) ถ้าต้องการเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูงนั้น องค์กรสามารถที่จะหาซื้อเข้ามาติดตั้งได้ หากต้องการระบบการควบคุมการผลิตที่ดี ก็สามารถหาได้จากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่องค์กรไม่สามารถรักษาสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไว้ได้ หากไม่มีบุคลากรที่มีความสามารถ ดังนั้นจึงต้องทำการพัฒนาคนให้มีความสามารถและรักในการปรับปรุงงานอยู่ตลอดเวลาหัวใจของการพัฒนาคนคือการให้ความรู้ การให้ความรู้ต้องเป็นการให้ความรู้ในสิ่งที่ต้องการและในเวลาที่ต้องใช้ความรู้นั้น

3.การจัดการความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (safety health and workplace hygiene management) ความปลอดภัยในการทำงานเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะหากการทำงานที่มีอันตรายมาก จะมีผลต่อการดำเนินกิจกรรมอื่นตามมา

4.การปรับปรุงเฉพาะเรื่อง (focus improvement) กิจกรรมที่มีหน้าที่เพื่อลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นให้เป็นศูนย์ โดยการใช้เครื่องมือต่างๆ ไปทำการวิเคราะห์หาทางแก้ไขและป้องกันการกลับมาของปัญหา เครื่องมือที่ใช้ในกิจกรรมนี้คือ การวิเคราะห์ Why-Why การวิเคราะห์ P-M QC 7Tools QCC 5W+1H เป็นต้น

  1. การวางแผนการบำรุงรักษา(planned maintenance) ต้องท าการวางแผนการบำรุงรักษาให้กับเครื่องจักรเพื่อให้เครื่องจักรไม่เสียและต้องทำให้ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต่ำที่สุด
  2. การควบคุมตั้งแต่เริ่มต้น(initial control) หัวใจสำคัญของกิจกรรมนี้คือ เป็นกิจกรรมที่จะทำให้องค์กรรู้จักการดำเนินการเพื่อป้องกันปัญหาเดิมที่พบอยู่ให้หายไป หรือลดลงไปให้ได้ตั้งแต่ตอนที่เริ่มต้นกิจกรรมนี้

7.การเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานสายสำนักงาน (efficiencies administration) เพราะส่วนสำนักงานนั้นก็เป็นส่วนสนับสนุนและจะต้องดำเนินกิจกรรม 5 ส เพื่อให้การเกิดการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของสายสำนักงานให้ดีมากขึ้น