ss-std-2014

ในการซื้อขายเหล็กกล้าไร้สนิมรีดเย็นนั้น สิ่งหนึ่งที่สำคัญต้องอ้างอิงถึงได้แก่ ชนิดของเหล็กกล้าไร้สนิมรีดเย็น หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ชื่อเกรด มาตรฐานที่ว่าด้วยเหล็กกล้าไร้สนิมรีดเย็น นอกจากจะระบุชื่อเกรดด้วยวิธีการเฉพาะของแต่ละมาตรฐานแล้ว ตัวมาตรฐานยังได้กำหนดนิยามต่าง ๆ ข้อกำหนด ขอบเขต และเงื่อนไข เพื่อใช้อ้างอิงในการซื้อขาย เพื่อเป็นแนวทางการผลิตสินค้า เพื่อเป็นเกณฑ์ในการรับประกันสินค้า ชนิดของเหล็กกล้าไร้สนิมตามมาตรฐานยังนำมาเพื่อเป็นเงื่อนไขในด้านธุรกิจการค้า การตั้งกำแพงภาษี (Surcharge) การป้องกันทุ่มตลาดและการอุดหนุน (Anti dumping) การกำหนดมาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (Safeguard) และการรับรองตามข้อกำหนดการใช้งานตามอรรถประโยชน์ในแต่ละกลุ่ม

ปัจจุบันมาตรฐานเหล็กกล้าไร้สนิมรีดเย็นมีทั้งที่เป็นมาตรฐานแห่งชาติและมาตรฐานระหว่างประเทศ แต่มาตรฐานแห่งชาติหลายประเทศที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเป็นประเทศผู้ผลิตเหล็กกล้าไร้สนิมที่สำคัญของโลก มาตรฐานแห่งชาติเหล่านั้นมักใช้อ้างอิงกันอย่างแพร่หลายในการซื้อขาย ใช้อ้างอิงในเอกสารสัญญาต่าง ๆ รวมถึงใช้เรียกในงานวิชาการด้วย

ประเทศไทยมีมาตรฐานเหล็กกล้าไร้สนิมเหล็กแผ่นรีดเย็นเป็นทางการในปี 2539 เรียกมาตรฐานในชื่อ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม มอก.1378-2539 เป็นมาตรฐานทั่วไป และปัจจุบันรับทราบว่าอยู่ระหว่างการปรับปรุงเป็นฉบับใหม่อยู่ มาตรฐาน มอก.1378-2539 แม้ไม่ใช่มาตรฐานเกี่ยวกับเหล็กกล้าไร้สนิมเป็นฉบับแรก แต่ก็เป็นมาตรฐานเหล็กกล้าไร้สนิมแผ่นรีดเย็นเป็นฉบับแรก เนื้อหาอาจประเมินได้ว่าส่วนใหญ่ใกล้เคียงกับมาตรฐานญี่ปุ่น JIS 4305 เป็นสำคัญจะเห็นได้จากในมาตรฐานได้อ้างอิงมาตรฐานญี่ปุ่นหลายฉบับ แต่ก็มีเนื้อหาบางส่วนคล้ายมาตรฐานอเมริกาอย่าง ASTM A240 และจะเห็นได้ว่ามีการอ้างอิงมาตรฐานการทดสอบการกัดกร่อนตามขอบเกรนของ ASTM ด้วย

นอกจากมาตรฐาน มอก.1378 ของไทย JIS G4305 G4312 ของประเทศญี่ปุ่น ASTM A240, ASTM A480 ของอเมริกา ก็ยังมี EN ของกลุ่มประเทศยุโรปอย่าง EN10088-1 EN10088-2 ส่วนในแถบเอเชียนอกจากมาตรฐานของประเทศญี่ปุ่นแล้วก็ยังมีมาตรฐานของประเทศจีน ของประเทศเกาหลี และสุดท้ายเป็นมาตรฐานระหว่างประเทศ อย่างมาตรฐาน ISO ซึ่งน้อยคนนักจะรู้ว่ามาตรฐาน ISO มีเนื้อหาฉบับที่กำหนดมาตรฐานของเหล็กกล้าไร้สนิมรีดเย็นด้วย เนื้อหาถัดจากนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันว่ามาตรฐานในแต่ละฉบับจะมีวิธีการเรียกชื่ออย่างไร พอเห็นชื่อเกรดสามารถบ่งชี้ว่าเป็นมาตรฐานอะไรได้บ้าง

มาตรฐานไทย
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กกล้าไร้สนิมรีดเย็นแผ่นม้วน แผ่นแถบและแผ่น หรือ มอก.1378-2539 เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมเหล็กกล้าไร้สนิมรีดเย็นของไทย ใช้คำนำหน้า SST ตามด้วยชื่อเกรดที่ประกอบด้วยตัวเลขหรือตัวอักษรภาษาอังกฤษ และอาจมีตัวอักษรภาษาอังกฤษหรือตัวเลขตามหลังอีกที ตัวอย่างเช่น SST 201 SST 304 SST 316L SST 430 SST XM15J1 และ SST 430LX เป็นต้น และในการเขียนต้องมีช่องว่างระหว่าง SST กับชื่อเกรดเสมอ ชื่อตัวเลขตัวแรกของชื่อเกรดพอที่จะสื่อประเภทของเหล็กกล้าไร้สนิมด้วยเช่นกัน เช่น หากขึ้นต้นด้วยเลข 2 อย่าง SST 201 ซึ่งเป็นเหล็กกล้าไร้สนิมกลุ่มออสเทนนิติก-แมงกานีส แต่หากขึ้นต้นด้วยเลข 3 อย่าง SST 304 แสดงถึงเป็นเหล็กกล้าไร้สนิมกลุ่มออสเทนนิติก-นิกเกิล หรือ SST 329J1 จะแสดงถึงกลุ่มดูเพล็กซ์ แต่หากขึ้นต้นด้วยเลข 4 อาจเป็นเหล็กกล้าไร้สนิมกลุ่มเฟอร์ริติก หรือกลุ่มมาร์เทนซิติกก็ได้ ทั้งนี้ดูที่ปริมาณธาตุคาร์บอนเป็นสำคัญ หากธาตุคาร์บอนมีน้อยกว่าร้อยละ 0.08 แสดงได้ว่าเป็นกลุ่มเฟอร์ริติก แต่หากมากกว่า 0.12 ขึ้นไปมักเป็นมาร์เทนซิติก ส่วนหากขึ้นต้นด้วยเลข 6 แสดงว่าเป็นเหล็กกลไร้สนิมกลุ่มชุบแข็งตกตะกอน ตัวอย่างเช่น SST 630 เป็นต้น

ตัวย่อ “SST” ที่นำหน้าเกรดนั้นย่อจากอะไร ในมาตรฐาน มอก.1378-2539 เองไม่ได้กำหนดไว้ และไม่พบว่ากำหนดไว้ที่ไหนและค่อนข้างเชื่อว่าคงไม่มีการกำหนดไว้ และเหตุที่ต้องมีคำนำหน้าเกรดเป็น “SST” ก็ด้วยเนื่องจากในมาตรฐานญี่ปุ่นที่คณะกรรมการใช้อ้างอิงตอนร่างมาตรฐานนั้นได้ใช้คำนำหน้าเกรดเป็น “SUS” พอเป็นมาตรฐานไทยก็ใช้ “SST” คำย่อนี้น่าจะมาจากตัวเต็มว่า “Stainless steel of Thailand”

อาจมีคำถามว่าที่แสดงเป็นเหล็กกล้าไร้สนิมรีดเย็น หากเป็นเหล็กกล้าไร้สนิมรีดร้อนมาตรฐานเหล็กกล้าไร้สนิมไทยจะเหมือนกันหรือไม่ คำตอบเชิงความน่าจะเป็นคงตอบว่าเหมือนกัน แต่ในความจริงไม่อาจกล่าวได้เต็มร้อยเนื่องจากประเทศไทยยังไม่เคยมีมาตรฐานเหล็กกล้าไร้สนิมแผ่นรีดร้อน เหตุผลง่าย ๆ อาจเป็นเพราะประเทศไทยไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมผลิตเหล็กกล้าไร้สนิมรีดร้อนนั้นเอง แต่ประเทศไทยมีปริมาณการใช้เหล็กกล้าไร้สนิมรีดร้อนไม่น้อยทีเดียว ด้วยเหตุนี้ ควรหรือไม่ที่ประเทศไทยจะเริ่มมีมาตรฐานเหล็กกล้าไร้สนิมรีดร้อนได้ซักที

มาตรฐานญี่ปุ่น
มาตรฐานเหล็กกล้าไร้สนิมที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่นมีอยู่ 3 มาตรฐาน ได้แก่ GIS G 4305 เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมเหล็กกล้าไร้สนิมรีดเย็น GIS G 4304 เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมเหล็กกล้าไร้สนิมรีดร้อนน และ GIS G4312 เป็นมาตรฐานสำหรับแผ่นเหล็กกล้าทนความร้อนสูง โดยมาตรฐาน G 4304 และ G 4305 ใชชื่อเรียกเกรดเหมือนกัน โดยขึ้นต้นว่า “SUS” ตามด้วยชื่อเกรดที่ประกอบด้วยตัวเลขหรือตัวอักษรภาษาอังกฤษและอาจมีตัวอักษรภาษาอังกฤษหรือตัวเลขตามหลังอีกทีตัวอย่างเช่น SUS 201 SUS 304 SUS 316L SUS 430 SUS 430LX ส่วนมาตรฐาน GIS 4312 แม้ชื่อมาตรฐานจะได้ใช้ชื่อคำว่าเหล็กกล้าแทนที่จะใช้คำว่าเหล็กกล้าไร้สนิม แต่ประกฏว่าในมาตรฐานจะกล่าวถึงชนิดเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งสิ้น โดยแยกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นเกรดในมาตรฐาน G 4304 และ G 4305 บางเกรดซึ่งแน่นอนขึ้นต้นด้วย “SUS” ส่วนเกรดเฉพาะในมาตรฐานนี้จะขึ้นต้นด้วย SUH ตัว H ก็มาจากคำว่าความทนความร้อน (Heat-Resisting) นั่นเองตัวอย่างเช่น SUH 409L SUH 446 และ SUH 660

โดยตัวย่อ “SUS” ในมาตรฐานญี่ปุ่นคำเต็มคือ “Steel Use Stainless” ส่วน “SUH” ก็คงหนีไม่พ้นมากจา ‘Steel Use Heat-Resisting”

เกรด SUH 409 และ SUH 409L นี้มีประเด็นที่จะกล่าวถึงได้มาก เนื่องจาก เกรดเหล่านี้มีปริมาณใช้กันมากในอุตสาหกรรมยานยนต์ ทำเป็นชิ้นงานบางส่วนในระบบท่อไอเสียของรถยนต์ รถมอร์เตอไซด์เป็นต้น ผู้คนส่วนใหญ่มักค้นหาเกรดนี้ในมาตรฐานอุตสาหกรรม JIS ไม่เจอ เพราะมักไปหาใน JIS G 4304 และ JIS G 4305 ซึ่งไม่พบแน่นอน น้อยคนนักจะรู้จักว่ามันอยู่ในมาตรฐาน JIS GIS 4312

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือในวงการการค้าเหล็กกล้าไร้สนิมมักเรียกเกรด SUH 409 L เป็น SUS 409L คำถามคือมันเป็นเหล็กกล้าไร้สนิมชนิดเดียวกันหรือไม่ คำตอบสุดท้ายคือ เป็นเกรดเดียวกัน ส่วนผสมเดียวกัน คุณสมบัติเชิงกลเดียวกัน เช่นนั้นแล้วเหตุใดถึงนิยมเรียก SUS 409L คำตอบง่าย ๆ ก็คือหากจะพูดถึงเหล็กกล้าไร้สนิมตามมาตรฐานญี่ปุ่น คนส่วนใหญ่จะเข้าใจตรงกันคือ SUS และคำ 409L มีอยู่ในมาตรฐานอื่นด้วย และที่สำคัญส่วนผสมก็คือเหล็กกล้าไร้สนิม แม้ประเทศญี่ปุ่นจะจัดหมวดหมู่ไปอยู่ในเหล็กกล้าทนความร้อนก็ตาม ดังนั้นการที่คนทั่วไปเรียกชื่อ SUS 409L หรือแม้กระทั้งใช้ชื่อนี้ในการซื้อขายก็หาใช่ความผิดแต่ยังใด หากจะผิดก็ตรงที่มาตรฐานญี่ปุ่นจัดหมวดหมู่ให้เกิดความวุ่นวายสับสนเท่านั้นเอง

มาตรฐานอเมริกา
มาตรฐาน ASTM เป็นมาตรฐานแห่งชาติอเมริกา แต่เนื่องจากมาตรฐาน ASTM มีผู้อ้างอิงมากทั่วโลก จึงเป็นที่รับทราบว่ามาตรฐาน ASTM ถือเป็นมาตรฐานสากลด้วย เฉกเช่นในเอเชีย ก็มักอ้างอิงมาตรฐานญี่ปุ่นเป็นมาตรฐานสากลด้วยเช่นกัน

เวลาพูดถึงมาตรฐานอเมริกา เรามักเห็นคำนำหน้าเกรดสเตนเลสอยู่ 4 คำหลัก คือ AISI, ASTM, UNS และ Type เช่น AISI304 ASTM304, UNS S30400 และ Type304 คำ “AISI” ย่อจาก “American Iron and Steel Institute : สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งอเมริกา” ส่วน “ASTM” ย่อจาก “American Society of Testing and Materials : สมาคมทดสอบและวัสดุแห่งอเมริกา” ส่วนคำว่า “Type” เป็นคำเต็มแปรตรงๆ ว่า “ชนิด” ทั้ง AISI และ ASTM เป็นสถาบันและสมาคมของประเทศอเมริกาที่ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับเหล็กและเหล็กกล้า ดังนั้นการนำหน้าด้วยคำใดล้วนแสดงถึงการอ้างอิงมาตรฐานอเมริกาทั้งสิ้น และหลายคนอาจเคยเจอการอ้างอิงเป็น ASME (American Society of Mechanical Engineers : สมาคมวิศวกรรมเครื่องกลแห่งชาติอเมริกา) และ ANSI (American National Standard Institute : สมาคมมาตรฐานแห่งชาติอเมริกา) อยู่บ้าง ทั้งหลายเหล่านี้ก็เป็นการอ้างอิงมาตรฐานประเทศอเมริกาด้วยกันทั้งสิ้น

ในมาตรฐาน ASTM ที่เกี่ยวข้องเฉพาะเหล็กกล้าไร้สนิมแผ่นรีดเย็นที่สำคัญมากมีอยู่ 2 ตัว ได้แก่ ASTM A240/A240M และ ASTM A480/480M โดยทั้งสองฉบับใช้ชื่อเกรดเดียวกัน โดยฉบับแรกจะพูดถึงส่วนผสมทางเคมีและคุณสมบัติเชิงกลของเหล็กกล้าไร้สนิมชนิดต่างๆ ส่วนฉบับที่สองพูดถึงข้อกำหนดทั่วไปเกี่ยวกับเหล็กกล้าไร้สนิม เช่น ผิวสำเร็จ ความหนา ความกว้าง และส่วนเบี่ยงเบนเป็นต้น

บางท่านอาจสงสัยว่ามาตรฐาน ASTM อย่าง ASTM A240 ทำไมต้องมี “/240M” ตามหลังด้วย จะเรียก ASTM A240 เฉยๆ ได้หรือไม่ คำตอบก็คือได้ ยิ่งกว่านั้นจะเรียกเป็น ASTM A240M เฉยๆ ก็ได้เช่นกัน ตัว “M” ในมาตรฐานนี้อาจไม่ชัดเจนนัก แต่หากมาดูใน ASTM A480/480M จะมีความสำคัญ และต้องระวังการใช้ให้มาก เนื่องจากตัว “M” มีความหมายที่สำคัญ ระหว่างการ อ้างอิงแค่ ASTM 480กล่าวคือ ใน A480 จะมีการกำหนดความคลาดเคลื่อนของมิติต่างๆ เป็นหน่วย นิ้ว และ ปอนด์ จะแสดงในตารางแนบท้ายหมวด A2 ส่วน การอ้างอิง ASTM A480M จะหมายถึงการกำหนดความคลาดเคลื่อนของมิติเป็นหน่วยมาตรฐานสากล (SI unit, matrix) อย่าง มิลลิเมตร กิโลกรัม จะแสดงในตารางแนบท้ายหมวย A3

สิ่งหนึ่งที่มักเป็นปัญหา คือ เวลาเราอ้างอิงมาตรฐาน ASTM เรามักเรียกเกรดว่า AISI304 คำ “AISI” นำหน้าคำนี้ไม่มีในตารางเรียกเกรดของ ASTM A240/A240M ใน ASTM ใช้แค่ 2 คำคือ UNS และ Type คำถามคือการเรียกเช่นนี้ถูกหรือไม่ ความจริงก็ไม่ถูกหลอก หากจะอ้างว่า AISI304 เป็นรายการเกรดในมาตรฐาน ASTM แต่หากจะหมายถึงเกรด AISI304 ดังในมาตรฐาน ASTM ย่อมอ้างอิงได้

เกรด UNS (Unified numbering system) ของสเตนเลสเกิดขึ้นภายหลัง “type” จะประกอบด้วยอังษร 1 ตัวและตัวเลข 5 ตัว โดยตัวเลข 3 ตัวแรกเป็นการเรียกชื่อแบบเดิม สำหรับสเตนเลสจะขึ้นต้นอักษรเป็นตัว “S” อยู่ในหมวดเหล็กกล้าทนความร้อนและทนการกัดกร่อนสูง (Heat and corrosion resistant steels) แต่ก็มีหลายเกรดในมาตรฐาน ASTM A240/A240M ที่ขึ้นต้นเป็น “N” ซึ่งอยู่ในหมวดนิกเกิลและโลหะผสมนิกเกิล (Nickel and nickel alloys)

มีเกรดหนึ่งมีมีการชื้อขายการมากในเมืองไทย อย่าง SUH 409L หรือ SUS 409L การที่อ้างอิงเป็น JIS เนื่องจากเกรดนี้นิยมใช้ทำท่อไอเสียในอุตสาหกรรมยานยนต์ และแน่นอนอุตสาหกรรมนี้ญี่ปุ่นกุมส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด และสามารถกำหนดคุณลักษณะ (specification) ของผลิตภัณธ์ชนิดนี้ด้วย ที่ยกเกรดนี้เป็นประเด็นก็คือ มีการซื้อขายเกรดนี้ในมาตรฐานอเมริกาเช่นกันเรียกชื่อเกรดเป็น AISI 409 และ AISI 409L โดยทั้งที่จริง 409L ไม่พบในมาตรฐานอเมริกา แต่ด้วยอิทธิพลของการเรียก SUS 409L ทำให้มีการเรียก AISI 409L ล้อกัน เพื่อสื่อให้ชัดเจนลงไปว่าต้องการเป็นเกรด 409 คาร์บอนต่ำ (Low carbon)เนื่องด้วยอักษร “L” หลังตัวเลขเกรดเป็นที่ทราบกันในวงการค้าสเตนเลส อย่างกว้างขวางหมายถึงคาร์บอนต่ำ

มาตรฐานยุโรป

มาตรฐานในประเทศยุโรปที่เป็นที่รู้จักกันดีในเมืองไทยตัวแรกน่าจะไม่พ้น มาตรฐานของประเทศเยอรมัน อ่าง DIN (Deutsche Normen) นอกจากนี้อาจมีมาตรฐานฝรั่งเศสอย่าง AFNOR (Association Francaise Normalization) มาตรฐานของประเทศอังกฤษอย่าง BS/BSI (British standard institution) แต่ในปัจจุบันด้วยความที่กลุ่มประเทศในยุโรปรวมตัวกันเป็นสหภาพยุโรป จึงได้จัดทำเป็นมาตรฐานแห่งสหภาพยุโรปขึ้นเป็น EN (European standard)

มาตรฐานยุโรปที่สำคัญสำหรับสเตนเลสในปัจจุบันได้แก่ EN 10088-1 ว่าด้วยรายชื่อเหล็กกล้าไร้สนิมและ EN 10088-2 ว่าด้วยข้อมูลทางเทคนิคสำหรับสเตนเลสชนิดม้วยและแผ่น ส่วน EN 10088-3 ว่าด้วยข้อมูลทางเทคนิคสำหรับสเตนเลสชนิดกึ่งผลิตภัณฑ์ อย่าง แท่ง บาร์ และเส้น

การเรียกชนิดเหล็กกล้าไร้สนิมทรงแบนรีดเย็นตามมาตรฐานแห่งสหภาพยุโรปนั้น แยกเป็นการเรียกตามชื่อ (Name)กับการเรียกตามเลขหมาย (Number)ตัวอย่างเช่นชื่อเกรดเป็น X5CrNi 18-10 เลขหมายเกรดเป็น 1.4301 ปกติจะเรียกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ในวงการการค้านิยมเรียกตามเลขหมายมากกว่าการเรียกชื่อ อย่างตัวอย่างที่ยกมา 1.4301 ในมาตรฐาน JIS และ ASTM จะเทียบได้เป็น SUS 304 และ AISI 304 ตามลำดับ

ความจริงการเรียกเป็นชื่อมีประโยชน์ในเชิงทำให้รู้ส่วนผสมแต่ก็คงยากต่อการจดจำไม่น้อย กลับกัน การเรียกเป็นเลขหมายอาจง่ายกว่าในแง่การจดจำแต่ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าส่วนผสมหลักที่สำคัญมีอะไรบ้าง

เกรดของยุโรป ได้แบ่งแยกการเรียกตามเลขหมายโดยอาศัยคุณสมบัติการใช้งานออกเป็น 3 กลุ่ม อันได้แก่ คุณสมบัติทานการกัดกร่อน คุณสมบัติการทนความร้อน และคุณสมบัติการทนการคลืบ
Untitled
การเรียกเหล็กกล้าไร้สนิมในกลุ่มประเทศยุโรปแต่ละประเทศยกเว้นประเทศอังกฤษจะมีโครงสร้างคล้ายๆ กัน แต่ไม่เหมือนกันทีเดียว ยิ่งกว่านั้นเมื่อมาใช้คำเรียกเกรดในมาตรฐานแห่งสหภาพยุโรป (EN Form) ก็มีความแตกต่างกันบ้างแม้จะใช้คำเรียกชื่อเหมือนกันแต่อาจเรียกเลขหมายไม่เหมือนกัน และในทางกลับกันอาจมีเลขหมายเหมือนกันแต่คำเรียกชื่อต่างกัน มีส่วนผสมไม่เหมือนกัน ความจริงเป็นเหล็กกล้าไร้สนิมต่างชนิดกัน ดังนั้น การที่เราเห็นคำเรียกเป็นเลขหมายเดียวกันก็ไม่อาจสรุปได้ว่าเป็นเหล็กกล้าไร้สนิมชนิดเดียวกัน จนกว่าจะอ้างอิงได้ว่ามาจากมาตรฐานดียวกัน
ส่วนชื่อเกรดตามมาตรฐานของประเทศอังกฤษ จะประกอบด้วย 7 ตัวอักษร โดย 3 อักษรแรกจะเป็นตัวเลขชื่อเกรดใกล้เคียงกับมาตรฐาน ญี่ปุ่น ไทย และ อเมริกา ตามด้วยตัวอักษร “S” ปิดท้ายด้วยเลขหมายอีก 2 ตัว เช่น 304S15 316S11 และ 430S15 ก็คือ SST304 SST316L และ SST430 ตามลำดับมาตรฐานไทย

บทสรุป

ปัจจุบันแม้เหล็กกล้าไร้สนิมในโลกนี้จะมีกว่าสองร้อยชนิด มีการเรียกชื่อที่แตกกต่างกันไปในแต่ละประเทศ แต่วงการการค้ากลับเรียกชื่อเหล็กกล้าไร้สนิมอยู่ไม่กี่แบบ อย่างชื่อตามประเทศอเมริกา ประเทศในยุโรปและประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มประเทศหลักในการผลิตเหล็กกล้าไร้สนิมในระยะเริ่มแรก แม้ประเทศไทยจะมีมาตรฐานโดยตรงเกี่ยวกับเหล็กกล้าไร้สนิมรีดเย็นทรงแบนครอบคุมเหล็กกล้าไร้สนิมกว่า 60 ชนิด แต่ก็ยังมีการนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมในชื่อที่ไม่อยู่ในมาตรฐาน มอก.1378-2535 อยู่ โดยเฉพาะหลายชนิดมีการตั้งชื่อเกรดตามโรงงานผู้ผลิตเองเพื่อสร้างยี่ห้อให้เกิดความแตกต่างทั้งๆ ที่หลายชนิดเมื่อนำไปวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีก็อาจเป็นชนิดเดียวกับเหล็กกล้าไร้สนิมตามมาตรฐานทั่วไป

แต่ก็อาจมีบ้างที่มีการเติมส่วนผสมที่ไม่ใช่ส่วนผสมหลักสำคัญลงไปเพิ่มเติม แล้วตั้งชื่อเป็นชนิดใหม่ ซึ่งการทำเช่นนี้อาจต้องระวังเข้าข่ายชนิดเหล็กกล้าไร้สนิมเทียบเท่าตามความหมายของพิกัดในมาตรการตอบโต้เหล็กกล้าไร้สนิมรีดเย็นของไทยที่มีผลบังคับอยู่จนถึงวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2557
Untitled123

Credit : http://www.siamstainless.com