จากแนวคิด Monozukuri (モノづくり) สู่ Hitozukuri (ヒトづくり)

” การสร้างของ = การสร้างคน ”

Monozukuri การคิดเป็น ทำเป็นการสร้างสรรค์ คือแนวคิดในการผลิตสินค้า และสร้างสรรค์ผลงานของญี่ปุ่น มีลักษณะสำคัญ ได้แก่

  1. การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูง
  2. ใช้ทั้งทักษะ และเทคโนโลยี
  3. สินค้าตอบสนองความต้องการของลูกค้า
  4. ผลิตเองทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ
  5. มีการปรับปรุงการผลิตและสินค้าอย่างต่อเนื่อง (Kaizen)

แนวคิดนี้เองที่ทำให้เกิดภาพลักษณะของสินค้าญี่ปุ่นว่า มีคุณภาพดี

Monozukuri นั้นใช้มาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง และแล้วเมื่อยุคสมัยเริ่มมีเปลี่ยนแปลง เครื่องจักร เทคโนโลยีเข้ามาบทบาทสำคัญมากขึ้นทุกๆวัน แต่ผู้บริหารในภาคอุตสาหกรรมเริ่มมีแนวคิดที่เพิ่มเติมคือ ”เครื่องจักร หรือ เทคโนโลยี ต้องอาศัยคน และคนที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญนั้น ถือว่าเป็นบุคลากรสำคัญขององค์กร”

โดยแรกเริ่มนั้นสังเกตว่า เมื่อเครื่องจักรมีปัญหา สายงานผลิตต้องหยุดชะงัด สุดท้ายแล้วต้องพึ่งฝีมือคนในการซ่อมแซม หรือ ในการตรวจสอบคุณภาพต้องอาศัยระบบประสาทสัมผัสของคน เช่น การสัมผัส การมองเห็น เพื่อดูรอบตำหนิหรือความสมบูรณ์ของสินค้า และที่สำคัญ “เครื่องจักรหรือเครื่องมือเทคโนโลยี ถูกผลิต พัฒนา และปรับปรุงโดยฝีมือคน” ซึ่งเป็นที่มาของแนวคิด Hitozukuri  

Hitozukuri คือการสร้างคน โดยการสร้างคนนั้น ต้องมาจากการพัฒนา การอบรม การฝึกฝน เพื่อมีวัตถุประสงค์คือ การสร้างคนที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ “ในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ต้องสร้างคนที่มีคุณภาพก่อน”

มีหลักแนวคิด 3 ข้อ

  1. “คิดเป็น”นั้น มีความหมายว่า ลองให้พนักงานคิดวิธีการให้เป็น จากการสังเกต จากการลองทำ จนถึงให้พนักงานคนนั้นทำได้ หลังจากนั้นลองให้คิดวิธีการที่ทำให้เวลาในการทำงานลดลง แต่คุณภาพมากขึ้น ลดเวลาที่ไม่จำเป็นออก เป็นต้น อาจจะใช้วิธี OJT (On Job Training) คือ การฝึกพนักงานในพื้นที่จริงและการทำงานจริง ซึ่งทำให้พนักงานเห็นการทำงาน เวลาในการทำงาน การเคลื่อนที่ในการทำงาน จะสามารถเห็นภาพกว้างให้พนักงานได้
  2. “เข้าใจ” มีความหมายว่า เข้าใจเนื้อหาการทำงาน เข้าใจกระบวนการทำงาน  ซึ่งเมื่อคิดเป็นแล้ว สิ่งที่ตามมาคือ เข้าใจกระบวนการทำงาน ว่า เมื่อเราปรับปรุงงานส่วนนี้แล้ว จะมีผลอย่างไรกับงานส่วนอื่นๆบ้าง นั้นจะทำให้เห็นภาพโดยรวมขององค์กรได้ดีมากขึ้น รวมถึงการใช้หลัก PDCA (Plan – Do – Check – Action) ในการปรับปรุงพัฒนา ( PDCA เป็นแนวคิดหนึ่ง ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงแค่การวางแผน แต่แนวคิดนี้เน้นให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีระบบ โดยมีเป้าหมายให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  คือ การวางแผน , การปฏิบัติตามแผน , การตรวจสอบ , การปรับปรุงการดำเนินการอย่างเหมาะสม ) และใช้วิถี Kaizen ในการปรับปรุงการทำงานที่ทำให้คุณภาพมากยิ่งขึ้น
  3. “การพัฒนา” มีความหมายว่า การพัฒนาคน การบริหารคน ซึ่งทำความเข้าใจก่อนว่า ทำไมต้องพัฒนา พัฒนาแล้วได้อะไร นั้นเป็นคำถามที่ต้องตีโจทย์ให้กระจ่าง ซึ่งสำหรับคำตอบในบทความนี้คือ ทำไมต้องพัฒนา เนื่องจากความท้าทายของการทำงานคือ การทำสิ่งที่คิดว่าทำไม่ได้ และต้องหาวิธีในการปรับปรุงและพัฒนา เพื่อทำให้องค์กรมีคุณภาพยิ่งขึ้น และพัฒนาแล้วได้อะไร ได้เงินเดือนที่มากขึ้น จากผลประกอบการที่ดีขึ้น ได้ความมั่นคงที่มากขึ้น จากผลงานการพัฒนาที่ยอมรับจากผู้บริหาร ซึ่งการบริหารคนนั้น มีสิ่งที่สำคัญคือ “ข้อความ”ที่จะส่งต่อไปยังคนรอบๆ

http://www.mua.go.th/users/he-commission/t-visit%20project/t-visit%20book%202/23–g2–16-1.PDF

PDCA หัวใจสำคัญของการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

จากแนวคิด Monozukuri (モノづくり) สู่ Hitozukuri (ヒトづくり)