อุตสาหกรรมยานยนต์ ถือเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของญี่ปุ่นกำลังจะเข้าสู่จุดเปลี่ยนตามการพัฒนาของเทคโนโลยี Mr. Akio Toyoda ประธานบริษัท Toyota กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังจะเข้าสู่การปฏิวัติครั้งใหญ่ในรอบ 100 ปี สิ่งที่เกิดขึ้นคือรถยนต์ดีเซลจะหมดไปและรถยนต์เบนซินลดน้อยลง เกิดการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นและใช้พลังงานทดแทนอื่นๆ รวมถึงรถยนต์ไร้คนขับที่จะการเข้ามามีบทบาทสำคัญกับคนญี่ปุ่น

Image result for อุตสาหกรรมยานยนต์ ญี่ปุ่น

อุตสาหกรรมยานยนต์ ใหม่ ทำให้ดีเซลถึงจุดอวสาน

– Nissan และ Subaru ประกาศหยุดพัฒนารถยนต์ดีเซลทั้งในประเทศและต่างประเทศภายในปี 2020
– ขณะนี้ Toyota ก็ได้ประกาศถอนตัวจากการผลิตรถยนต์ดีเซลในตลาดยุโรปแล้ว
– ส่วน Honda ก็ได้ลดการจำหน่ายรถยนต์ดีเซลลงตามลำดับ
– เหลือเพียง Mazda เจ้าวงการแห่งรถยนต์ดีเซล ที่ยังต้องพัฒนาต่อไป

ซึ่งแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่ได้เกิดเฉพาะญี่ปุ่นเพียงเท่านั้น แต่โซนยุโรปก็ได้ประกาศหยุดผลิตรถยนต์ดีเซลด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น FCA (Fiat Chrysler Automobiles) หรือ Volvo ทั้งรัฐบาลอังกฤษและฝรั่งเศสยังได้ประกาศหยุดใช้รถดีเซลและเบนซินทั้งหมดหลังจากปี 2040

เข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด

ยานยนต์ในอนาคตที่จะเข้ามามีบทบาทแทนดีเซลคงหนีไม่พ้น รถยนต์ไฟฟ้า (EV : Electric Vehicle) และ PHV (Plug-In Hybrid Vehicle) หรือยานยนต์ไฟฟ้าแบบผสมผสานระหว่างไฟฟ้าและน้ำมัน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อน ซึ่งผู้ผลิตรถยนต์รายต่างๆของญี่ปุ่นก็ได้พัฒนามาซักระยะแล้ว อย่าง Nissan ที่ได้มุ่งเป้าไปที่ตลาดจีนเป็นหลัก โดยคาดว่าปี 2025 ตลาดรถ EV ในจีนจะขยายตัวสูงถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2017

รถยนต์ไฮโดรเจน อีกทางเลือกของพลังงานสะอาดที่สุด

รถยนต์อีกหนึ่งทางเลือกที่รัฐบาลญี่ปุ่นให้ความสำคัญอย่างยิ่งคือ รถพลังงานไฮโดรเจน FCV (Fuel Cell Vehicle) เนื่องจากไม่มีก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ เพราะใช้พลังงานลมและแสงอาทิตย์ แต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่นสถานีบริการไฮโดรเจน ฯลฯ ก็ยังทำให้โครงการนี้ล่าช้าอยู่

เข้าสู่ยุครถยนต์ไร้คนขับ

การพัฒนาควบคู่ไปกับรถ EV คือการเปลี่ยนผ่านจากการ “เป็นเจ้าของ” ไปสู่ “การใช้งาน” ตามแนวคิด Mobility as a Service หรือ MaaS ซึ่งผู้ใช้รถไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของ แต่สามารถเรียกใช้ผ่านสมาร์ทโฟนได้เมื่อต้องการใช้งาน และจ่ายตามจริงเท่าที่ใช้งานเพียงเท่านั้น โดยรัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าให้เริ่มบริการรถยนต์ไร้คนขับในพื้นที่สาธารณะได้ในปี 2020

https://www.smartsme.co.th/content/92364