moro_disign6

ประเทศจีนได้มีการลงทุนครั้งยิ่งใหญ่ไปกับพลังงานสะอาด เพื่อบรรลุผลสำเร็จในเป้าหมายด้านการป้องกันการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและการควบคุมระดับของมลพิษภายในเมือง โดยจากรายงานฉบับล่าสุดระบุว่า ในปี 2015 ประเทศจีนได้ทำการติดตั้งกังหันพลังงานลมที่จะพร้อมส่งมอบกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าขนาด 30.5 กิกะวัตต์ คิดเป็นอัตราส่วนเทียบเท่ากับปริมาณเกือบครึ่งหนึ่งของแหล่งพลังงานลมทั่วโลกเลยทีเดียว นอกจากนี้ประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกอย่างจีนยังเขี่ยยักษ์ใหญ่แบบสหรัฐอเมริกาให้ต้องตกกระป๋องไปเป็นที่สอง เพราะทำได้เพียง 8.6 กิกะวัตต์ รวมทั้งทิ้งห่าง 6.1 กิกะวัตต์ของประเทศเยอรมนีแบบชนิดไม่เห็นฝุ่น ตลอดจนเอาชนะประเทศบราซิลและอินเดียที่มีการติดตั้งไปแค่ 2.6 กิกะวัตต์อีกด้วย
โดย Mr. Ankit Mathur หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการด้านพลังงาน บริษัท GlobalData เผยว่า “การมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มศักยภาพกำลังการติดตั้ง เป็นเป้าหมายของแผนการระยะยาวที่ 250 กิกะวัตต์ภายในเวลาไม่เกินปี 2020 เพื่อการเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพและประสิทธิภาพให้แผ่ขยายออกไปทั่วประเทศ เจาะตลาดทั้งในจีนและต่างประเทศจากระบบการจัดการดำเนินงานและการบำรุงรักษาที่เป็นไปอย่างมั่นคง”

moro_disign7

 
ซึ่ง GlobalData ได้ทำนายว่าประเทศจีนจะยังคงดำรงตำแหน่งผู้นำด้านพลังงานลมต่อไปตลอดปี 2016 จากการติดตั้งแหล่งพลังงานลมขนาด 23 กิกะวัตต์ นอกจากนี้ทางบริษัทยังคาดการณ์อีกด้วยว่าประสิทธิภาพกำลังการผลิตจากการติดตั้งจะทวีคูณขึ้นถึง 3 เท่า ภายในระยะเวลาไม่เกินปี 2030 โดยผลรวมทั้งหมดจากเดิมที่ 149 กิกะวัตต์ในปีที่แล้วจะเพิ่มเป็น 495 กิกะวัตต์อย่างแน่นอน
 
ทั้งนี้ประเทศจีนไม่ได้เจาะจงให้โครงการพลังงานลมติดตั้งแต่เฉพาะภายในประเทศเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยมีการขยายออกไปสู่กลุ่มตลาดอื่น ๆ อีก ทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ดังตัวอย่างของ Goldwind บริษัทผู้ผลิตกังหันลมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งประกาศซื้อโครงการพลังงานลม Rattlesnake ในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกาไปเมื่อไม่นานมานี้ ด้วยประสิทธิภาพของกังหันลมกว่า 64 ตัว บนอัตราการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ 2.5 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังมีฟาร์มพลังงานลมนอกชายฝั่งทะเล ที่ถือเป็นผลงานแรกของประเทศจีนที่ได้ให้การสนับสนุนและร่วมมือกับสหราชอาณาจักรแบบเต็มตัว และท้ายที่สุดคือการช่วยเหลือในโครงการพลังงานลมขนาด 588 เมกะวัตต์ Beatrice ที่ตั้งอยู่ในแถบชายฝั่งทะเลทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสกอตแลนด์อีกด้วย  โดยโครงการนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไม่เกินปี 2019

 

ที่มาและภาพประกอบ:http://inhabitat.com
แปลและเรียบเรียงบทความโดยCopyright: www.energysavingmedia.com