ภาคอุตสาหกรรมเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่การพัฒนาและการเพิ่มขีดความสารมารถในการแข่งขันอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน รวมทั้งการมีบทบาทนำทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และในเวทีโลก โดยแนวทางการพัฒนาอุตสาหรรมในอนาคต  คือ การผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม

            ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการพัฒนาในหลายด้านเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง และเพิ่มประสิทธิภาพให้อุตสาหกรรมไทย ได้แก่
1. ลดจุดอ่อน เสริมสร้างจุดแข็ง โดยเพิ่มประสิทธิภาพ และผลิตภาพของภาคอุตสาหกรรม หรือ Productivity 3 ด้าน คือ
1.1 การยกระดับผลิตภาพอุตสาหกรรมไทย โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มผลิตภาพให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
     1.2 ยกระดับผลิตภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีทักษะรอบด้าน และพัฒนาหลักสูตรเฉพาะทางเพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย
1.3 พัฒนาศักยภาพของปัจจัยแวดล้อม เช่น ปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค สนับสนุนเครือข่ายความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ในการผลักดันให้เกิดนวัตกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน

            โดยการเสริมสร้างจุดแข็งของภาคอุตสาหกรรมไทยนั้น ต้องใช้จุดแข็งที่มีอยู่ คือ การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค การมีวัตถุดิบทางการเกษตรที่หลากหลายและมีคุณภาพ การมีแรงงานฝีมือ การมีภาคเกษตร และภาคบริการที่เอื้อต่อการต่อยอดการพัฒนาห่วงโซ่อุปาทาน (Supply Chain) และการมีทุนทางวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทยที่สามารถนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการ ทั้งนี้ จุดแข็งดังกล่าวสามารถนำมาสร้างความได้เปรียบจากโอกาสที่เกิดขึ้น เช่น การเข้าสู่ AEC ซึ่งทำให้มีวัตถุดิบที่มีต้นทุนต่ำกว่า และสามารถเข้าถึงตลาดใหม่ในภูมิภาคได้ง่ายขึ้น การเน้นพัฒนอุตสาหกรรมบนพื้นฐานศักยภาพของประเทศ และการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม การวิจัย และพัฒนา

  1.   วางรากฐานแข็งแกร่ง โดยแบ่งนโยบายเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก
    2.1 นโยบายด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness)
    2.2 นโยบายด้านปัจจัยแวดล้อม (Enabling Factor)

2.1 นโยบายด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness)  มี 4 ส่วน คือ
2.1.1 การพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมอนาคต (Future Industry) โดยกลุ่มอุตสาหกรรมอนาคตที่สำคัญ 5 กลุ่ม ได้แก่
2.1.1.1 กลุ่มพลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานชีวมวล พลังงานลม
2.1.1.2 กลุ่มวัสดุสีเขียว เช่น พลาสติกชีวภาพ สิ่งทอสีเขียว วัสดุก่อสร้างสีเขียว
2.1.1.3 กลุ่มสุขภาพ เช่น วัสดุอุปกรณ์การแพทย์ อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์สมุนไพร
2.1.1.4 กลุ่มหลอมรวมเทคโนโลยี เช่น หุ่นยนต์อัจฉริยะ นาโนอิเล็กทรอนิกส์
2.1.1.5 กลุ่มยานยนต์ เช่น ยานยนต์สะอาด ระบบราง อากาศยาน
โดยการกำหนดวิสัยทัศน์ให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาค เช่น ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพในอาเซียน โดยให้สิทธิประโยชน์จูงใจ การจัดตั้งกองทุนสนับสนุนราคาอ้อยและน้ำตาล ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต และสนับสนุนผู้ประกอบการด้านคอมพาวด์ และการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์
พลาสติกชีวภาพ
นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยเพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ พัฒนาปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต เช่น การสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจผลิตสินค้า และใช้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี และนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมอนาคต โดยสนับสนุนการนำผลวิจัยจากภาควิชาการมาสู่การผลิตเชิงพาณิชย์

                 2.1.2 การพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจ / คลัสเตอร์ และเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอนาคต ด้วยการส่งเสริมการรวมกลุ่มเครือข่ายธุรกิจเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และแผนพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเชิงพื้นที่ แสวงหาปัจจัยการผลิตจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย

                 2.1.3 การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ ทั้งระดับภูมิภาค และระดับโลก ผ่านการสร้างศูนย์ทดสอบและรองรับสินค้า สร้างกระบวนการการทำงานระดับโลกที่เอื้อต่อการค้า สร้างวัฒนธรรมการประกอบกิจการแบบ Lean & Agility

                 2.1.4 การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน และผลผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการมุ่งเน้นพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Town) และส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) เช่น รถยนต์พลังงานไฟฟ้า พลาสติกชีวภาพ

            2.2 นโยบายด้านปัจจัยแวดล้อม (Enabling Factor) ด้วยการดำเนินการ 4 ด้าน คือ
2.2.1 
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การจัดตั้งศูนย์ทดสอบกลางเพื่อการทดสอบและรับรองมาตฐานยางล้อ และชิ้นส่วนยานต์ การพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรม
2.2.2 
การส่งเสริมระบบเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะการวางยุทธศาสตร์ดิจิทัลเอสเอ็มอี เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถแข่งขันได้
2.2.3 การปรับปรุงกฎระเบียบ / กฎหมาย และการบริหาราชการบนพื้นฐานธรรมภิบาล เพื่อลดอุปสรรค และต้นทุนการประกอบการ เช่น การลดระยะเวลาในการออกใบอนุญาตตั้งโรงงาน การส่งเสริมการปฏิบัติราชการอย่างมีธรรมภิบาล และเปิดช่องทางการสื่อสารให้ประชาชนสามารถติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ของรัฐได้อย่างสะดวก

                 2.2.4 การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ด้วยการพัฒนาผู้ประกอบการสู่ระดับโลก เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาคธุรกิจ และภาคการศึกษาเพื่อสร้างบุคลากรให้ตรงตามความต้องการ

            ทั้งนี้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ที่มีแผนการพัฒนาปรับเปลี่ยนรูปแบบตามบริบทของโลกนั้น จะส่งผลให้ประเทศสามารถเสริมสร้างความเข้มแข็งเชิงโครงสร้างโดยแนวทางการพัฒนาที่สำคัญ คือ การพัฒนาอุตสาหกรรมอนาคต การผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และสังคม เน้นการสร้างการยอมรับในเรื่องมาตรฐาน การเพิ่มผลิตภาพและประสิทธิภาพของอุตสาหกรรม การใช้เทคโนโลยี การวิจัยพัฒนา นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และภูมิปัญญา ในการเพิ่มมูลค่าให้สินค้า และการเชื่อมโยง ตลอดจนเครือข่ายภายใน และระหว่างอุตสาหกรรม เป็นต้น
และทั้งนี้ ภาคเอกชนควรเป็นผู้มีบทบาทนำในการพัฒนา ในขณะที่ภาครัฐเน้นบทบาทการอำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาอุปสรรค เพื่อให้อุตสาหกรรมไทยก้าวผ่านความท้าทายได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

http://www.industry.go.th/industry/index.php/th/knowledge/item/10614-2016-05-23-05-51-38