สแตนเลส-304-2

สเตนเลส (Stainless) คืออะไร?
“สแตนเลส” หรือที่รู้จักกันในชื่อทางการว่า “เหล็กกล้าไร้สนิม” คือ โลหะเหล็กในกลุ่มที่มีความต้านทานการกัดกร่อนสูง โดยสแตนเลสเป็นโลหะผสมระหว่างเหล็กและคาร์บอน ซึ่งส่วนประกอบจะมีปริมาณคาร์บอนต่ำ มีโครเมียม เป็นส่วนผสมหลัก ประมาณ 10.5 % หรือมากกว่า ทำให้เกิดการสร้างฟิล์มโครเมียมออกไซด์ (chromium oxide film : CrO2 หรือเรียกว่า passive film) ที่มองไม่เห็นเกาะติด แน่นอยู่ที่ผิวหน้า ทำให้มีคุณสมบัติความต้านทานการกัดกร่อน โดยฟิล์มที่ผิวหน้านั้น หากถูกทำลายไม่ว่าจากแรงกล สารเคมี ออกซิเจนที่มีอยู่ในบรรยากาศจะเข้าทำปฏิกิริยากับโครเมียม สร้างฟิล์มโครเมียมออกไซด์ทดแทนขึ้นใหม่ด้วยตัวมันเอง
ซึ่งคุณสมบัติที่มักรู้จักกันดีของสแตนเลส คือ ยากต่อการขึ้นสนิมเมื่อเทียบกับโลหะหรือวัสดุชนิดอื่นๆ ค่าบำรุงรักษาต่ำ ง่ายต่อการตัด ตัดเลเซอร์ พับ เชื่อมและการขึ้นรูป ระยะเวลาการใช้งานคุ้มค่ากับราคา และสามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ทั้งหมด จึงทำให้สแตนเลสเป็นนิยมนำมาใช้งานทั้งในงานอุตสาหกรรม และงานในครัวเรือน โรงงานทั่วไปนิยมนำมาทำงานตามแบบ ตามตัวอย่าง เช่น โต๊ะสแตนเลส ชั้นสแตนเลส ตู้สแตนเลส กล่องสแตนเลส รถเข็นสแตนเลส อ่างซิงค์สแตนเลส ขาฉิ่งสแตนเลส ขาปรับระดับเครื่องจักรสแตนเลส หรือทำเป็น รถลากพาเลทสแตนเลส เป็นต้น รถลากพาเลท แฮนด
ประเภทของสแตนเลส
โดยทั่วไปสแตนเลสแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มใหญ่ตามโครงสร้างคือ ออสเทนนิติค เฟอร์ริติค ดูเพล็กซ์ มาร์เทนซิติค และเหล็กกล้าชุบแข็งแบบตกผลึก
• กลุ่มออสเทนนิติค (Austenitic) หรือที่รู้จักกันใน “ซีรี่ส 300” เป็นสแตนเลสที่ประกอบด้วยคาร์บอนอย่างน้อย 0.15 เปอร์เซนต์ มีส่วนผสมของโครเมียมอย่างน้อย 16 เปอร์เซนต์ และ นิกเกิล หรือซึ่งช่วยปรับปรุงคุณสมบัติในการขึ้นรูปประกอบและเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อน บางเกรดจะมีแมงกานีสผสมอยู่ด้วย โดยทั่วไปจะมีโครเมียน 18 เปอร์เซนต์ นิกเกิ้ล 10 เปอร์เซนตื และมักเรียกกันว่า 18/10 ซึ่งคล้ายกับ 18/0 และ 18/8
• กลุ่มเฟอร์ริติค (Ferritic) มีสมบัติดูดแม่เหล็ก มีโครเมียมเป็นธาตุผสมหลักระหว่าง 10.5-27 เปอร์เซนต์ บางเกรดผสมนิกเกิ้ลลงไปเล็กน้อย บางเกรดผสมโมลิบดินัม หรืออลูมิเนียม ไททาเนียม
• กลุ่มมาร์เทนซิติค (Martensitic) เป็นตระกูลที่มีความต้านทานการกัดกร่อนน้อยกว่าออสเทนนิติค และเฟอร์ริติค แต่มีความทนทานและแข็งแรงมากกว่า มีคุณสมบัติดูดแม่เหล็ก โดยทั่วไปจะมีส่วนผสมของโครเมียม 12 -14 เปอร์เซนต์ โมลิบดินัม 0.2-1 เปอร์เซนต์ มีนิกเกิ้ล 0-2 เปอร์เซนต์และมีคาร์บอนผสม อยู่ประมาณ 0.1-1 เปอร์เซนต์ ซึ่งสามารถชุบแข็งได้โดยการให้ความร้อนแล้วทำให้เย็นตัวอย่างรวดเร็วและอบ คืนตัว โดยทั่วไปจะรู้จักกันใน “ซีรี่ส -00”
• กลุ่มดูเพล็กซ์ (Duplex) เนื่องจากมีโครงสร้างผสมระหว่าง โครงสร้างเฟอร์ไรต์และออสตไนต์ จึงทำให้มีความแข็งแรงมากกว่าออสเทนนิติคและมีความทนทานต่อการกัดกร่อนชนิด รูเข็ม ซอกอับ มีโครเมียมเป็นธาตุผสมอยู่ระหว่าง 19 ถึง 28 เปอร์เซนต์ โมลิบดินัมสูงกว่า 5 เปอร์เซนต์ และมีนิกเกิลน้อยกว่าตระกูลออสเทนนิติคใช้งานมากในสภาพแวดล้อมที่มีคลอไรด์สูง
• กลุ่มเพิ่มความแข็งโดยการตกผลึก มีความต้านทานกการกัดกร่อนเทียบเคียงกับกลุ่มออสเทนนิติค มีความแข็งแรงมากกว่ากลุ่มมาร์เทนซิติค เกรด 17-4H ที่รู้จักกันทั่วไป มีโครเมียมผสมอยู่ 17 เปอร์เซนต์และมีนิกเกิล 4 เปอร์เซนต์ ทองแดง และไนโอเบียม ผสมอยู่ด้วย เนื่องจาก สแตนเลสชนิดนี้สามารถชุบแข็งได้ในคราวเดียว จึงเหมาะสำหรับทำแกน ปั๊มหัววาล์ว และส่วนประกอบของ อากาศยาน
การเรียกสแตนเลสตามซีรียส์
• ซีรียส์ 200 – กลุ่มออสเทนนิติคที่มีส่วนผสมของแมงกานีสสูง
• ซีรียส์ 300 – กลุ่มออสเทนนิติค
• 304 – เป็นเกรดในกลุ่มออสเทนนิติคที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย บางครั้งเรียก18/8
• 316 – เป็นเกรดในกลุ่มออสเทนนิติคที่ใช้กันอย่างแพร่หลายรองลงมา ใช้สำหรับเครื่องมือผ่าตัด อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยา บางครั้งเรียก “เกรดใต้น้ำ”เพราะ ทนทานการกัดกร่อนแบบคลอไรด์ได้ดี
• ซีรียส์ 400 – กลุ่มเฟอร์ริติค
• ซีรียส์ 500 – โลหะที่มีส่วนผสมของโครเมียมและทนความร้อนได้สูง
• ซีรียส์ 600 – กลุ่มมาร์เทนซิติคที่เพิ่มความแข็งโดยการตกผลึก
• 630 – รู้จักกันดีใน 17-4 หรือหมายถึงมีส่วนผสมโครเมียม 17 เปอร์เซนต์ นิกเกิ้ล 4 เปอร์เซนต์
Cr.tosthailand.com
PhotoCr.pandpsteel.co.th