หลักการ 5G สำหรับการหาวิธีการแก้ปัญหาให้ตรงจุดที่สุด :

หลายท่านคงเคยได้ยินคำว่าหลักการ 5G มาบ้างแล้ว ความหมายทั่วๆไปนั่นคือ. . .

1. Genba …….. สถานที่ / หน้างาน จริง หมายถึง การลงไปสำรวจที่หน้างานจริง เช่น ภายในโรงงานผลิต, พื้นที่จัดเก็บสินค้า, พื้นที่ตรวจสอบสินค้า และอื่นๆ.

2. Genbutsu .. สิ่งของ/ ชิ้นงานที่เป็นตัวปัญหา จริง หมายถึง การดู สังเกต และจับต้องชิ้นงานที่ผลิตได้จริง หรือ ตัวสินค้าที่จัดเก็บอยู่จริง หรือ ชิ้นงานที่กำลังถูกตรวจสอบอยู่

3. Genjitsu ….. สถานการณ์ จริง หมายถึง เหตุการณ์หรือสถานะการณ์ที่เกิดปัญหาจริง เช่น สภาพแวดล้อมหรือกระบวนการ ขั้นตอนการทำงาน หรือ ช่วงเวลาที่ผลิตของเสียบ่อยๆ หรือที่เกิดปัญหาได้บ่อยๆ เป็นต้น

4. Genri ………. ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง จริง หมายถึง หลักการที่ใช้ในการทำงาน หรือมาตรฐานการผลิตในปัจจุบัน, สมมุติฐานในการแก้ไขหรือตรวจสอบ สูตรการผลิต หรือส่วนประกอบในการผลิตที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน.

5. Gensoku …. เงื่อนไขประกอบที่เกี่ยวข้อง จริง หมายถึง ข้อจำกัด ข้อตกลง หรือ กฏที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน.

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นที่ที่ปรึกษาจะสามารถหาสาเหตุและแนวทางในการ แก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง และตรงจุดที่สุด ดังนั้นข้อมูลต่างๆรวมถึงชิ้นงาน สภาพแวดล้อม หลักการการทำงานและข้อจำกัดต่างๆเหล่านี้ต้องถูกบันทึกอย่างละเอียดครับ

อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ได้กล่าวถึงใน 5 G และเป็นสิ่งที่สำคัญมาก นั่นคือ “คน หรือพนักงานที่ทำงานอยู่หน้างานตัวจริง” ครับ ข้อนี้อาจรวมอยู่ในข้อใดข้อหนึ่งของ 5G แล้วก็ได้ แต่ผมอยากให้แยกอย่างชัดเจนครับ เพราะคน หรือพนักงานหน้างานนั้นเป็นผู้ที่รู้จริงและรู้แจ้งที่สุดแล้วในโรงงาน หากที่ปรึกษาสามารถพูดคุยหรือสอบถามกับพนักงานหน้างานได้ก็เท่ากับคุณได้ ข้อมูลทั้ง 5 G แล้วนั่นเอง. . . ที่สำคัญคือข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลจริงซะด้วยครับ. .

หลายครั้งที่ปรึกษามืออาชีพอย่างผมสามารถแก้ไขปัญหาที่ยากๆได้ด้วยการสอบถาม และพูดคุยกับพนักงานหน้างานนี่แหละครับ. . เพราะเขาเหล่านั้นรู้จริงครับ เพียงแต่เขาไม่มีโอกาสบอกว่าอะไรคือสาเหตุ และจะแก้ไขได้อย่างไร เนื่องจากไม่มีใครเคยถามเขา แต่พวกเขาเหล่านั้นเห็นและรู้ถึงสาเหตุเพราะเป็นงานที่เขากำลังทำ รวมถึงการสังเกตุ + สัมผัสงานอยู่ตลอดเวลานั่นเองครับ. . .

ที่ปรึกษาที่ดีควรให้โอกาสพนักงานหน้างานเหล่านั้นได้พบ และพูดคุยอย่างเป็นกันเอง โดยไม่ใช้คำว่า “จับผิดงานที่ทำให้เกิดปัญหา” แต่ใช้คำว่า “ช่วยเหลือเพื่อแก้ไขงานที่เป็นปัญหา” และที่สำคัญคือไม่ใช้คำว่า “เรียกพนักงานที่ทำให้เกิดปัญหามาคุยหน่อย” แต่ให้ใช้คำว่า “ช่วยเชิญพนักงานหน้างานที่จุดเกิดปัญหาพูดคุยด้วย” จะเหมาะสมกว่าครับ

Credit