img_03661-500x375

มนุษย์เงินเดือนหลายๆ ท่านอาจกำลังมองหางานที่ใหม่ หรือกำลังจะเข้าไปร่วมงานกับบริษัทญี่ปุ่น ดังนั้นก่อนที่หลายๆท่านจะร่วมงานหรือติดต่อประสานงานกับบริษัทญี่ปุ่น จึงต้องควรเรียนรู้และทำความเข้าใจ
วัฒนธรรมและมารยาทในการทำงานกับคนญี่ปุ่น ซึ่งเคล็ดลับมีดังต่อไปนี้
การตรงต่อเวลา
ถือเป็นสิ่งสำคัญสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง เราควรไปทำงานก่อนเวลาเข้างานประมาณ 5-10 นาที เพื่อเตรียมตัวก่อนเวลาเข้างานแต่ถ้าหากว่ามีความจำเป็นต้องเข้างานสาย ควรโทรแจ้งผู้บังคับบัญชาให้ทราบก่อนว่าเรามีความจำเป็นต้องเข้างานสาย

การกล่าวทักทาย

สำหรับสังคมในการร่วมงานของคนญี่ปุ่นนั้น “คำทักทาย” ถือเป็นสิ่งที่สำคัญรองลงมา แม้ว่าจะอยู่ในบริษัทเดียวกัน เจอกันอยู่ทุกวันสนิทสนมกันแค่ไหน เมื่อเจอหน้ากันก็จะต้องทักทายกัน เพราะคนญี่ปุ่นถือว่า “การทักทาย” นั้น เป็นการสื่อสารก้าวแรกที่จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามเกิดความประทับใจในตัวเรา และเมื่อถึงเวลาเลิกงาน ก่อนกลับบ้านทุกครั้งต้องกล่าวลาผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานด้วย ดั่งประเพณีไทยที่ว่า“ไปลา มาไหว้” นั่นเอง แต่หัวใจสำคัญของการกล่าวทักทายคือ การทักทายด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม น้ำเสียงสดใส มีชีวิตชีวา มองหน้าฝ่ายตรงข้ามทุกครั้งที่กล่าวทักทาย และ ต้องทำทุกวันอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

ระบบอาวุโส รุ่นพี่-รุ่นน้อง

ระบบการทำงานของคนญี่ปุ่น แน่นอนว่าจะต้องมีระบบอาวุโส รุ่นพี่และรุ่นน้อง ผู้ที่มีประสบการณ์น้อยกว่าควรให้ความเคารพต่อรุ่นพี่ ในขณะเดียวกันรุ่นพี่ก็จะให้ความช่วยเหลือและให้คำแนะนำแก่รุ่นน้อง ดังนั้น หากต้องการทำงานในบริษัทญี่ปุ่นก็ควรทราบถึงระบบนี้ด้วย

การทำงานสไตล์คนญี่ปุ่น

มักจะเน้นการทำงานเป็นทีมและความร่วมมือกันในกลุ่มมากกว่าการฉายเดี่ยว หรือการใช้ความสามารถเฉพาะบุคคล ดังนั้นจึงมีการประชุมกันบ่อยและเป็นเวลานานๆ เพื่อพูดคุย ปรึกษา หารือถึงปัญหาและหาข้อสรุปร่วมกัน ความสามัคคีสมานฉันท์ในกลุ่มคนทำงานจึงเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นในบริษัทญี่ปุ่นจะนิยมไปกินข้าวสังสรรค์กัน หลังเลิกงาน ซึ่งจะเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ภายในหน่วยงานและเพื่อสร้างความรู้สึกเป็น อันหนึ่งอันเดียวกัน หากคุณถูกเชิญให้ไปร่วมสังสรรค์ก็ไม่ควรปฏิเสธ เพราะคนญี่ปุ่นไม่ชอบคนที่ทำตัวแตกแยก และทำอะไรที่แตกต่างไปจากกลุ่ม

หลักการทำงานที่เป็นหัวใจสำคัญแบบ HO REN SO

Ho = Hokoku = รายงาน หมายถึง การรายงานผลจากงานที่ได้รับมอบหมาย ต่อผู้บังคับบัญชา หรือรุ่นพี่รายงานผู้บังคับบัญชาทุกครั้งเมื่อทำงานเสร็จแล้ว รายงานเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ถ้าในกรณีที่เป็นงานที่ใช้ระยะเวลานาน ให้รายงานเป็นความเป็นไปเป็นระยะๆทำความเข้าใจคำสั่งและวัตถุประสงค์ และถ่ายทอดข้อมูลที่ได้รับมาลำดับการรายงานคือ 1) บทสรุป 2) สาเหตุ 3) ความเป็นมาเมื่อพบปัญหา ให้รายงานทันที แล้วรีบจัดการแก้ปัญหา

Ren = Renraku = ติดต่อ (การจัดการข้อมูล และแชร์ข้อมูล) คือ การถ่ายทอดข้อมูลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบไม่ว่าจะเป็นผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา หรือการแจ้งข้อมูลให้กับแผนกอื่นๆได้รับทราบ ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับงาน ไม่ใช่ความคิดเห็นหรือการคาดเดา ควรบันทึก เพื่อกันลืมจดข้อมูลต่างๆแล้วแชร์ข้อมูลให้ผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน จัดระเบียบข้อมูลต่างๆตามลำดับเวลา เพื่อให้ง่ายต่อการนำข้อมูลมาใช้งาน

So = Sodan = ปรึกษา คือ การปรึกษาเพื่อถามความคิดเห็นและข้อแนะนำ จากผู้บังคับบัญชา รุ่นพี่ หรือเพื่อนร่วมงาน เมื่อเรามีข้อคิดเห็นหรือข้อสงสัยต่องานที่กำลังทำอยู่เมื่อมีความคิดเห็นหรือไอเดียใดๆให้ปรึกษาผู้บังคับบัญชาปรึกษาก่อนที่จะ ตัดสินใจทำอะไรลงไป ร่วมมือกับเพื่อนร่วมงานเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีรายงานผลกับคนที่เราปรึกษา ด้วย

จะเห็นได้ว่าหลักการนี้เป็นหลักการที่มีประโยชน์ต่อการทำงานเป็นทีมมาก เพราะจะช่วยให้ทีมงานมีการพูดคุยสื่อสารถึงความคืบหน้าและปัญหาต่างๆของ การทำงาน ซึ่งจะทำให้มีการแก้ปัญหาได้ทันท่วงที และการปรึกษาพูดคุยกับทีมงานก็เหมือนเป็นการช่วยกันคิด ทำให้เกิดไอเดียใหม่ๆในการพัฒนาการทำงานได้อีกด้วย ดังนั้นอย่าลืมนำหลักการนี้ไปปรับใช้กันนะคะ เชื่อว่าหลักการนี้จะมีประโยชน์ในการทำงานไม่ว่าจะเป็นองค์กรของชาติใดก็ตาม

ข้อควรระวังในการทำงานบริษัทญี่ปุ่น

สิ่งสำคัญที่บริษัทญี่ปุ่นต้องการให้พนักงานปฏิบัติในการทำงานกับองค์กร ได้แก่

– รักษากฏระเบียบของบริษัท
– แบ่งแยกเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว
– รักษาความลับของบริษัท
– ตั้งใจศึกษางานและระบบงานต่างๆ
– รักษาความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนร่วมงาน

หลักการทำงานพื้นฐาน

หลักการทำงานตามแบบแผนของคนญี่ปุ่น ได้แก่ ทำความเข้าใจจุดประสงค์ของการทำงานอย่างถูกต้องเรียนรู้จากรุ่นพี่และพยายามปรับตัว ตั้งใจทำงานอย่างเป็นมืออาชีพ จัดการการทำงานอย่างสร้างสรรค์  คนญี่ปุ่นมักจะพยายามวิเคราะห์หาสาเหตุของข้อผิดพลาดอย่างมีหลักการ และพยายามจัดการแก้ปัญหานั้นๆอย่างมีระบบ เพื่ออุดช่องโหว่ของปัญหาให้ได้มากที่สุด และที่สำคัญที่สุดคือจะทำความเข้าใจกับหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเอง ตั้งเป้าหมาย และวางแผนเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายนั้นๆ

Credit : http://blog.jobsugoi.com/