[Service Design] เหตุผลที่ทำให้การบริการของคนญี่ปุ่นถึงแตกต่างจากที่อื่นคืออะไร?

หากคุณเคยมีโอกาสได้เดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่น เข้าไปซื้อของในร้านค้า ซุปเปอร์มาเก็ต หรือ เข้าพักในโรงแรม ก็คงจะพอเห็นภาพว่าการบริการในแบบของคนญี่ปุ่นนั้นเป็นอย่างไร น่าประทับใจแค่ไหน เขาใส่ใจในรายละเอียดกันแค่ไหน วันนี้เราจึงมานำเสนอเคล็ดลับที่ทำให้การบริการของคนญี่ปุ่นนั้นแตกต่าง จนเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก

สิ่งที่คนญี่ปุ่นใช้เป็นหลักยึดถือในการให้บริการ ถูกเรียกว่า Omotenashi (おもてなし) ที่มีรากศัพท์มาจากคำว่า
Omote – โอโมเทะ ที่แปลว่าเบื้องหน้า
และ Nashi – นาชิ ที่แปลว่า ไม่มี
ความหมายรวมๆจึงหมายถึง การบริการแบบที่ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง บริการอย่างบริสุทธิ์ใจ

จิตวิญญาณของการบริการแบบ Omotenashi นั้นมีต้นกำเนิดมาจาก “พิธีชงชา” ของญี่ปุ่น ที่ครูสอนชงชาจะต้องหันหน้าเข้าหาคนดูโดยตรง และทำพิธิชงชาต่อหน้าทุกคน อย่างเปิดเผยและสะอาด เรียบร้อย ดังนั้น Omotenashi จึงไม่ได้หมายถึงแค่ความสามารถในการบริการอย่างไร้ที่ติแต่หมายรวมถึง การมีใจบริการ บริการออกมาจากหัวใจจริงๆ

Omotenashi สำคัญกับคนญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก จนถูกใช้เป็น “คำขวัญ” ในการเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามาร่วมงาน Olympic Tokyo 2020 เลยทำให้ทั่วโลกรู้จักกับคำว่า Omotenashi มากขึ้น

Omotenashi ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการวัดมาตรฐานการบริการของบริษัทต่างๆในประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านหนังสือ ซุปเปอร์มาเก็ต โรงแรม การท่องเที่ยว และอื่นๆ
โดยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 ระดับ คือ
> ตราสีแดง (ไม่มีดาว) มีแรงจูงใจและความพยายามในการปรับปรุงการบริการ
> ตราสีทอง (1 ดาว) มีการให้บริการได้ตามความคาดหวังของลูกค้า
> ตราสีกรม (2 ดาว) มีการบริการที่มีความริเริ่ม สร้างสรรค์เป็นที่สะดุดตา
> ตราสีม่วง (3 ดาว) มีการให้บริการที่เหนือความคาดหวังของลูกค้า (การให้บริการก่อนที่ลูกค้าจะร้องขอ)ต่อไปนี้ ตอนที่คุณไปใช้บริการในสถานที่ต่างๆในประเทศญี่ปุ่น อย่าลืมลองสังเกตตราเหล่านี้กันดูนะคะ เราเชื่อว่าต่อไป Omotenashi จะกลายเป็นหัวใจสำคัญของมนุษย์ที่จะอยู่รอดในการแข่งขันกับหุ่นยนต์ในอนาคตอย่างแน่นอน

Credit:

https://www.baramizi.co.th